Category: แนวคิดที่อยู่คู่กับชาวตะวันตกมาตั้งแต่โบราณ

ประสบการณ์นิยม

เรื่องความรู้ของมนุษย์ ปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องความรู้ของมนุษย์คือลักษณะหรือธรรมชาติของความรู้ ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งที่ใช้ในการตอบปัญหาดังกล่าวก็คือเรื่องแหล่งที่มาของความรู้ ของมนุษย์ กล่าวอีกอย่างก็คือเกณฑ์สำหรับพิจารณาสิ่งที่เราสามารถเรียกได้ว่าความรู้นั้นก็คือแหล่งที่มา ประเด็นเรื่องแหล่งที่มานี้ก็คือข้อถกเถียงเหตุผลนิยม-ประสบการณ์นิยมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งสองแนวคิดนี้ดูเหมือนจะเป็นที่เข้าใจและรับรู้ในหลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้จะกล่าวถึงเหตุผลนิยม-ประสบการณ์นิยมในรูปแบบที่กว้างที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดเป็นความคิดพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับของแนวคิดทั้งสอง โดยทั่วไป เหตุผลนิยมจะมีทัศนะว่ามนุษย์สามารถมีความรู้ต่างๆ ได้โดยอาศัยเหตุผล ประสบการณ์เพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถให้ความรู้แก่เราได้ มนุษย์จำต้องใช้เหตุผลในการที่จะได้มาซึ่งความรู้ต่างๆ ด้วย สำหรับประสบการณ์นิยมนั้นก็จะเห็นตรงกันข้าม กล่าวคือ มนุษย์จะสามารถมีความรู้ต่างๆ ได้นั้นจะต้องอาศัยประสบการณ์โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เท่านั้น จะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองแนวคิดมีพื้นฐานที่แตกต่างกันอย่างยิ่ง ฉะนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับข้อถกเถียงต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาระหว่างทั้งสองทฤษฎีที่ว่านี้ และแม้ว่าทัศนะแบบเหตุผลนิยม-ประสบการณ์นิยมจะมีมาช้านานแล้ว ดังจะเห็นได้ว่ามีนักปรัชญาบางคนมีความคิดในลักษณะทำนองนี้อยู่เช่นกัน แต่อิทธิพลและความเข้มข้นของการถกเถียงระหว่างสองแนวคิดที่ว่านี้ที่ส่งผลต่อวงการปรัชญานั้นได้เริ่มขึ้นในยุคที่เรียกว่าปรัชญาสมัยใหม่ คือช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18 ดังเราจะได้เห็นในรายละเอียดตามหัวข้อต่างๆ ต่อไป นอกจากนี้ หากผู้อ่านสังเกตคำนี้จะเป็นคำคู่ มิได้แยกเป็นเหตุผลนิยมหรือประสบการณ์นิยม ก็เนื่องจากงานเขียนชิ้นนี้มุ่งให้ความสำคัญในประเด็นข้อถกเถียงระหว่างสองแนวคิดนี้นั่นเอง จึงทำให้อาจต้องละเลยรายละเอียดบางอย่างของแต่ละแนวคิดไป

Comments Off on ประสบการณ์นิยม

ปรัชญาตะวันตกสมัยปัจจุบัน

ปรัชญาตะวันตก  สมัยปัจจุบันเริ่มต้นหลังจากปีที่ ค้านท์สิ้นชีวิต  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่าแนวความคิดของค้านท์มีอิทธิพลต่อนักปรัชญาสมัยนี้มาก  แทบทุกคนจะเชื่อทฤษฎีของค้านท์ที่ว่าสมรรถภาพในการคิดของทุกคนมีกลไกคล้ายคลึงกัน  จึงได้รับความรู้คล้ายๆกัน แต่นักปรัชญาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับโครงสร้างของกลไกการรับรู้ของค้านท์  พวกเขาเห็นพ้องกันว่ากลไกการรับรู้ซับซ้อนยิ่งกว่านันจึงได้พยายามอธิบายเรื่องนี้ต่างๆ นานา  เรียกลัทธิเหล่านี้ว่า  ลัทธิค้านท์ใหม่  ซึ่งต่างก็ขบคิดปัญหาสำคัญประการหนึ่งว่า  สมองของคนเราทำกิริยาอย่างไรในขณะที่เรากำลังคิด  ผลแห่งความพยายามดังกล่าวทำให้เกิดลัทธิปรัชญาขึ้นมาอีกมากมาย มีลักษณะแตกต่างกันเป็นกลุ่มๆ เช่น –  อัชฌัตติกญาณนิยม  เชื่อว่าความรู้ที่ได้รับประสาทสัมผัสและจากการคิดหาเหตุผลนั้นไม่ถูกต้องเที่ยงตรงเสมอไป  ความรู้ที่เกิดจากการหยั่งรู้เป็นความรู้ที่ แน่นอน อัชฌัตติกญาณ เป้นสิ่งเดียวกับเหตุผลเชิงปฏิบัติของค้านท์ ซึ่งจะต้องได้รับการฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบจึงจะใช้การได้  คือ สามารถมองเห็นความเป็นจริงได้  ลัทธินี้ยังมีกลุ่มย่อย คือ                  1.  จิตนิยมแบบเยอรมัน  เอเกล ได้รับการยกย่องว่า  เป็นนักปรัชญาในด้านนี้ดีที่สุด  เขาเห็นว่าถ้าคนเราได้ฝึกฝนอัชฌัตติกญาณจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว  ก็จะเข้าใจแจ่มแจ้งว่าสิ่งที่แท้จริงเดิมคือจิต  ภายหลังลัทธิได้รับการพัฒนาเป็นลัทธิเฮเกลใหม่อีกหลายสาขา  เช่น  จิตนิยมแบบอังกฤษ  แบบฝรั่งเศส  แบบอิลาลี  และแบบอเมริกัน เป็นต้น                 2.  ชีวิตนิยม  ถือว่าอัชฌัตติกญาณขั้นสูงสุดทำให้คนเราเข้าใจสิ่งที่แท้จริงได้ซึ่งเป็นพลังผลักดันให้มีชีวิต  นักปรัชญาคนสำคัญ ได้แก่  แบร์กซอง                 3.   […]

Comments Off on ปรัชญาตะวันตกสมัยปัจจุบัน

ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่

ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่  ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่ (ค.ศ. 1600  – 1700 ) เริ่มขึ้นด้วยการคัดค้านแนวความคิดทางปรัชญาของสมัยกลางที่เน้นหนักในเรื่องศรัทธาในพระเจ้าของศาสนาคริสต์ ที่มุ่งการประนีประนอม  ความเชื่อหรือศรัทธาในคริสต์ศาสนา  ซึ่งในตอนนั้นได้พยายามเอาปรัชญาของเพลโตมาอธิบายคำสอนศาสนาคริสต์  และต่อมาได้นำเอาปรัชญาของอริสโตเติลมาอธิบายคำสอนของศาสนาคริสต์  เช่นเดียวกัน ยุคกลางตอนต้นนำโดยเซนต์ ออสติน และต่อมานำโดยเซนต์ โธมัส  อำควนัส  ตามลำดับ  เรื่องที่นักปรัชญาสมัยใหม่สนใจก็คือ  วิธีหาความจริงตามแบบตรรกวิทยา และระบบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ วิวัฒนาการเริ่มจากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาโดยพระเจ้าชาร์ลมาลย์  นักปรัชญาต่างๆ เช่น  กาลิเลโอ  เบคน  และ เดการ์ต  เป็นต้น   ได้หยิบยกปัญหาใหม่ที่ควรได้ตอบโดยวิธีการทางตรรกวิทยา  และวิธีการทางวิทยาศาสตร์  นักปรัชญาในสมัยนี้ได้ย้ำเป็นพิเศษในเรื่องประสบการณ์  และความสมบูรณ์ของวิชาคณิตศาสตร์  ซึ่งปัญหาทั้งสองนี้นักปรัชญาในสมัยกลางได้มองข้ามไป  ระบบแนวความคิดแบบวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการอาศัยประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสเป็นหลักในการตัดสินแบบวิทยาศาสตร์  เป็นวิธีการอาศัยประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสเป็นหลักในการตัดสินความรู้ระบบนี้ เรื่องว่า  ประสบการณ์นิยม   มีจอห์น  ลอค   จอร์จ บาร์คลีย์   เดวิด  ฮิวม์   เป็นผู้สนับสนุนทฤษฎีนี้  ส่วนแนวความคิดระบบคณิตศาสตร์เป็นวิธีที่จะหาความจริงได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ  และแน่นอน กว่าของฝ่ายประสบการณ์นิยม  เพราะวิธีการของคณิตศาสตร์สามารถดำเนินไปเป็นชั้นๆ อย่างมีเหตุผล  จากง่ายไปหายาก ให้ความจริงสากลระบบนี้เรียกว่า   […]

Comments Off on ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่

ปรัชญาตะวันตกยุคกลาง

ปรัชญาตะวันตกยุคกลาง   ปรัชญาตะวันตกยุคกลางหรือสมัยกลางเป็นลักษณะของปรัชญาที่เชื่อว่าปฐมธาตุมี 4 อย่าง  คือ  ดิน  น้ำ  อากาศ และไฟ  สิ่งต่างๆ ทั้งหลายเกิดจากการรวมตัวของธาตุ 4 ในอัตราส่วนต่างๆ กัน และการเปลี่ยนแปลงเกิดจากการเปลี่ยนอัตราส่วน  สำหรับอแนกซากอรัส เป็นนักปรัชญาคนแรกที่สนใจศึกษาเรื่องของจิต  เขาแบ่งแยกและบ่งชัดถึงความแตกต่างระหว่างสสารและจิต และแยกจิตและสสารออกจากกันอย่างเด็ดขาดเป็นการยอมรับประนีประนอมคริสต์ศาสนากับปนัชญากรีก  ในครึ่งแรกแห่งยุคก็ประนีประนอมโดยใช้ปรัชญาของเพลโตอธิบายคำสอนแนวคิดศาสนา  ได้ชื่อลัทธิว่า  ปรัชญาปิตาจารย์  หรือลัทธิปิตาจารย์นิยม  ในครึ่งหลังแห่งยุค  นักปรัชญาหันมานิยมใช้ปรัชญาของอริสโตเติลอธิบาย  ได้ชื่อลัทธิว่า ปรัชญาอัสมาจารย์  หรือลัทธิอัสมาจารย์นิยม  ครึ่งหลังนี้มีการพยายามใช้ตรรกวิทยาสร้างระบบความคิดกันอย่างจริงจัง กลุ่มลัทธิปรัชญาที่สำคัญในสมัยกลาง ได้แก่ – ปรัชญาปิตาจารย์  มีระยะเวลาถึงคริสต์ศตวรรษ ที่ 8  นักปรัชญาสมัยนี้เป็นพระนักบุญที่ประชาชนนับถือว่าเป็น ท่านพ่อ  ซึ่งได้พยายามนำเอาหลักปรัชญากรีกมาอธิบายตามหลักศาสนาเพื่อสนับสนุนความเชื่อถือเทวนิยมในศาสนาคริสต์ เซนต์ ออกัสติน   เป็นนักปรัชญาคนสำคัญ – ปรัชญาอัสมาจารย์  อยู่ในระยะเวลาคริสต์ศตวรรษ ที่ 9-15  นักปรัชญากลุ่มนี้ล้วนเป็นนักบวชคนสำคัญ  เช่น  เซนต์ โธมัส  อโควนัส  ส่วนใหญ่เป็นการใช้ปรัชญาอริสโตเติลอธิบายศาสนาคริสต์ตามหลักเหตุผล  – ปรัชญาอิสลาม  […]

Comments Off on ปรัชญาตะวันตกยุคกลาง

ปรัชญาตะวันตก ยุคโบราณ

ปรัชญาตะวันตก ยุคโบราณ  จากการศึกษาย้อนหลัง ไปอย่างน้อยที่สุดในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตศักราชต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันต้องถือว่านักปรัชญาคนแรกของกรีซ คือ ธาเลส  เหตุผลที่ส่งให้เป็นปรัชญาคนแรกของกรีก ก็เพราะว่าเป็นคนแรกที่อธิบายเรื่อง จุดกำเนิดของโลกโดยใช้เหตุผลตามธรรมชาติ ไม่มีเรื่องของเทววิทยาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยธาเลส กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากน้ำ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่วางพื้นฐานอยู่ที่การค้นหาซากสัตว์ทะเล กลายเป็นหิน  ที่เขาค้นพบในบริเวณพื้นดินอยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก  การที่ธาเลสให้คำอธิบายเรื่องจุดกำเนิดโลกโดยไม่มีเทววิทยาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลยนั้น  สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า โลกที่เขาอยู่ตั้งอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลของเอเชียไมเน่อร์   ห้อมล้อมด้วยประชาชนหลายชาติ  ซึ่งอารยธรรมสูงกว่าของกรีซ ชาติต่างๆ เหล่านั้นมีคำอธิบายในปัญหาเรื่องจุดกำเนิดของโลกทางเทววิทยา  แตกต่างไปจากคำอธิบายของชาวกรีซในสมัยนั้น  ลูกศิษย์ของธาเลสผู้สร้างทฤษฎีต่อจากเขาคือ อแนกซิแมนเดอร์ แห่งไมเลตุส เป็นผู้พยายามให้คำอธิบายเรื่องจุดกำเนิดและพัฒนาการของโลกอย่างละเอียด  ทฤษฎีของ อแนกซิแมนเดอร์ กล่าวว่าโลกพัฒนามาจากอไพรอน  ซึ่งมีสภาวะเป็นทั้งอนันต์ และนิรันดร  อแนกซิแมนเดอร์สร้างทฤษฎีพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตอย่างละเอียดยิ่งขึ้นไปอีก  ทฤษฎีของอแนกซิแมนเดอร์ กล่าวว่า “ชีวิตมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความชื้นและมีจุดกำเนิดอยู่ในท้องทะเล สิ่งแท้จริงมีอยู่ 2 อย่างคือ  สสารและจิต  ทำให้ปรัชญาของเขากลายเป็นทวิวาท จากการที่เขาทำเรื่องของจิตเข้ามาสู่ระบบปรัชญานี้เองทำให้นักปรัชญายุคหลังได้สนใจศึกษาสภาพของจิตของมนุษย์อย่างกว้างขวาง  และมนุษย์กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาและความสนใจ

Comments Off on ปรัชญาตะวันตก ยุคโบราณ

ปรัชญาตะวันตกยุคแรก

ปรัชญาตะวันตก หมายถึง แนวความคิด หลักการ ความรู้ทางปรัชญาที่เกิดขึ้นในซีกโลกตะวันตกทั้งหมด  ซึ่งนักปรัชญาเมธีเชื่อชาตินั้นๆ ทางซีกโลกตะวันตกได้คิดค้นขึ้น  ก่อให้เกิดขึ้นหรือตั้งสำนักขึ้น  นักปรัชญาสื่อต่อจากอแนกซิแมนเดอร์ คือ อแนกซิมีนิส  กล่าวว่า อากาศ คือ จุดกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่างและยังกล่าวต่อไปอีกว่า  มีสสารชนิดหนึ่งเกิดขึ้นนอากาศเพราะการกลั่นตัวโนวิธีนี้สิ่งที่ธาเลสถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นกลายเป็นกฎพื้นฐาน  ซึ่งยังคงมีความสำคัญอยู่อย่างเดิมของพัฒนาการของชีวิต  และพื้นฐานลึกลงไป  จึงมีกฎอนุรักษ์คือ  “กฎดำรงไว้ของสสาร แรง และพลังงาน”  ว่าไม่มีการสูญหายไปจากโลกนี้ และกลายเป็นกฎขั้นพื้นฐานในการพัฒนา วิชาฟิสิกส์ในเวลาต่อมา  นอกจากนักปรัชญาดังกล่าวแล้ว ยังมีนักปรัชญาคนอื่นๆ อีกหลายท่านซึ่งมีทัศนะแตกต่างกันไป เช่น  เฮราคลีตุส  กล่าวว่า  ปฐมธาตุควรเป็นไฟมากกว่า  เพราะไปเป็นพลังงานในตัวเอง จะแปรสภาพตัวเองเป็นอะไรก็ได้และความจริงก็แปรสภาพตัวเองอยู่ตลอดเวลา  ปาร์เมนีเด็ส แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายล้วนแต่เป็นมายา  มิได้มีจริง  สภาพอันแท้จริงของสิ่งทั้งปวงคือ การอยู่นิ่งและธาตุแท้หรือปฐมธาตุของสิ่งทั้งปวงคือ  ดิน   เอ็มเปโดเคลส์  ได้นำความคิดของทุกฝ่ายมารวมเข้าด้วยกันและมีทัศนะว่าปฐมธาตุมี 4 อย่าง  คือ  ดิน  น้ำ  อากาศ และไฟ  สิ่งต่างๆ ทั้งหลายเกิดจากการรวมตัวของธาตุ 4 ในอัตราส่วนต่างๆ กัน  […]

Comments Off on ปรัชญาตะวันตกยุคแรก