Category: แนวคิดและปรัญชา

ปรัญชาของรัสเซล

อภิปรัชญาของรัสเซล (3th Earl Bertrand Arthur William Russell ค.ศ.1872-1970) เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างมโนภาพที่สมรรถภาพเหตุผลมองเห็นเป็นระเบียบตรรกะนั้นน่าจะมีความจริงตายตัว ไม่ใช่เป็นเพียงโครงสร้างของสมองที่สมองยัดเยียดให้ และไม่น่าจะเป็นเพียงระยะแห่งปฏิพัฒนาการของจิต การที่จะได้ความคิดที่พัฒนาถึงจุดนี้จะต้องเข้าใจกระบวนการทำงานของสมรรถภาพเหตุผลได้ชัดเจน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับตีความเรื่องอื่น ๆ ที่อยากจะรู้ต่อไป รัสเซล สร้างอภิปรัชญาของตนขึ้นแทน โดยใช้วิธีพรรณนาจำกัดกับผลสรุปจากวิทยาศาสตร์ รัสเซลเดินตามลัทธิเอกนิยมเชื่อว่าความเป็นจริงมีอย่างเดียว ได้ชื่อว่าสายกลาง เพราะถือว่าความเป็นจริงอย่างเดียวนั้นอยู่กลาง ๆ ระหว่างจิตกับสสาร คือ จิตก็ไม่ใช่และสสารก็ไม่เชิง แต่เป็นอะไรสักอย่างที่เป็นกลาง ๆ แต่อาจจะแสดงตัวเป็นจิตก็ได้ สสารก็ได้ เบื้องหลังเป็นสิ่งเดียวกัน คือ ปรมาณูทางอภิปรัชญา (metaphysical atoms) ซึ่งเมื่อรวมกันในโครงสร้างต่างกันจะเกิดอณูทางอภิปรัชญาที่มีคุณสมบัติและคุณภาพต่าง ๆ กัน บางอณูอาจมีคุณภาพสูงถึงขั้นเป็นจิต จิตมีสมรรถภาพคือการรับรู้ เมื่อจิตรับรู้อะไรก็ตาม จะเกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับรู้กับสิ่งที่ถูกรู้ ทำให้เกิด 2 บรรยากาศ (two spheres) ที่สัมพันธ์กัน แต่ละบรรยากาศก็จะมีทัศนียภาพ (perspective) ซึ่งเป็นบริบทของผู้รู้และบริบทของสิ่งที่ถูกรู้ เอกภพแห่งความเป็นจริงจึงประกอบด้วยบรรยากาศนับไม่ถ้วนซึ่งแต่ละบรรยากาศก็มีทัศนียภาพตามบริบทที่รับรู้และถูกรู้ เรารู้ว่ามีสสารเพราะเรามีผัสสาการ(sensation) ซึ่งเป็นผล จึงต้องมีสาเหตุที่ทำให้เกิดผัสสาการ สิ่งนั้นคือ […]

Comments Off on ปรัญชาของรัสเซล

ปรัชญาหลังนวยุค

ปรัชญากระบวนทรรศน์หลังนวยุค (Post-Modern Philosophy) เป็นกระแสที่ไม่มีขอบเขตเริ่มต้นชัดเจน แต่เป็นการปรับท่าทีต่อการใช้ปรัชญาโดยชี้ว่าปัญหาใหญ่ของโลกเช่นสงครามโลกล้วนเกิดจากความยึดมั่นถือมั่น (attachment) ของผู้ถือปรัชญายุคก่อนหน้าทั้งสิ้น จุดสะดุดสำคัญ คือ สงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่าง ค.ศ.1914-1918 ชนวนสำคัญคือนโยบายจักรวรรดินิยมที่แย่งชิงการมีอิทธิพลเหนือผลประโยชน์ในดินแดนต่างๆ จนมีกองกำลังเสียชีวิตรวม 10 ล้านคน บาดเจ็บ 20 ล้านคน สูญหาย 8 ล้านคน และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี จักรวรรดิออตโตมัน จักรวรรดิเยอรมันต้องล่มสลายลง จุดสะดุดที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลาคือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่าง ค.ศ. 1939-1945 กองกำลังเสียชีวิตรวม 24 ล้านคน พลเรือนเสียชีวิต 49 ล้านคน และจบสงครามด้วยการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ซึ่งเป็นความก้าวหน้าล่าสุดของวิทยาศาสตร์ในขณะนั้น มนุษยชาติจึงพากันตระหนักว่าโลกไม่อาจรองรับสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้อย่างแน่นอน การค้นหาความเป็นจริงตามแนวคิดทางอภิปรัชญาที่เกิดขึ้นตามแนวคิดกระบวนทรรศน์ที่ 5 หลังนวยุค เกิดจากการค้นความเป็นจริงด้วยแนวทางวิทยาศาสตร์ที่ค้านต่อความตายตัวของกฎฟิสิกส์ที่ควบคุมตรงไปตรงมา และกระบวนการทางสังคมที่ต่อต้านนวยุคภาพ รวมถึงวจนศูนย์นิยม ปรัชญามองว่าความรุนแรงของสงครามเกิดจากการพัฒนาวิทยาศาสตร์เข้มข้นตามปรัชญาสมัยใหม่ (modern philosophy) นักอภิปรัชญาในกระบวนทรรศน์หลังนวยุคซึ่งส่วนหนึ่งเป็นนักอภิปรัชญาจากปลายนวยุคเริ่มมองว่าความเป็นจริงที่กล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงความเชื่อถือทางภาษาเท่านั้น และไม่เชื่อว่ามนุษย์สามารถรู้ความจริงเชิงวัตถุวิสัยได้และความรู้ที่ได้ก็เป็นเพียงความเชื่อทางภาษาเท่านั้น กระแสหลังนวยุคแบ่งออกเป็น […]

Comments Off on ปรัชญาหลังนวยุค

การค้นหาความเป็นจริง ตามแนวทางของกลุ่มสสารนิยม

อภิปรัชญาของเธลิส (Thales ก.ค.ศ. 625-547) ถือเป็นบิดาของปรัชญาตะวันตก เสนออภิปรัชญาด้วยภาษาที่มีความหมายตรง โดยเสนอไว้ว่า สิ่งที่เป็นจริงทั้งหลายทั่วเอกภพมีต้นกำเนิดจากน้ำ และความเป็นจริงแท้คือน้ำ ปรากฏการณ์อย่างอื่นนอกเหนือไปจากน้ำเป็นภาวะชั่วคราว เพราะทุกอย่างมาจากน้ำในที่สุดก็ต้องคืนสู่สภาพน้ำ ดังนั้น น้ำจึงเป็นภาวะแท้ (ปฐมธาตุ) ของทุกสิ่ง และเป็นความเป็นจริงอันติมะของสรรพสิ่ง เทพเทวีทั้งหลายแม้นมีจริงก็ย่อมถือกำเนิดจากน้ำ ดังที่คัมภีร์โบราณทั้งหลายระบุไว้ อภิปรัชญาของอแนกเสอแมนเดอร์และเอินแนกซีเมอนิส: อแนกเสอแมนเดอร์ (Anaximander ก.ค.ศ.610-545) ได้แย้งเธลิสว่าน้ำไม่น่าจะเป็นความเป็นจริงอันติมะ เพราะน้ำเป็นของสำเร็จรูปใช้การได้แล้ว ความเป็นจริงอันติมะน่าจะต้องเป็นอะไรเบื้องต้นกว่านั้น ที่พร้อมจะใช้เป็นวัตถุดิบทำอะไรได้ทุกอย่าง สิ่งนั้นไม่มีชื่อเรียก แต่เนื่องจากมีเต็มช่องว่างที่เวิ้งว้างไร้ขอบเขตของท้องฟ้า จึงน่าจะเรียกว่าสารอนันตภาพ (The Infinity) หรือสารไร้รูป (formless material) เอินแนกซีเมอนิส (Anaximenes ก.ค.ศ.588-524) เสนอว่าความเป็นจริงอันติมะนั้นเรียกว่า อนันตภาพก็ยังไม่เข้าท่าอยู่ดี เพราะอาจจะเป็นความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยก็เป็นอนันต์ได้ แต่ก็ไม่ใช่ความเป็นจริง จึงเสนอว่าควรเรียกว่าอายเธอร์ (Aither) อายเธอร์จึงเป็นความเป็นจริงอันติมะที่ฟุ้งกระจายอย่างเจือจางที่สุดในห้วงเทศะ (space) เมื่อรวมตัวกันแน่นหนาขึ้นก็จะกลายเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ตามระวางความหนาแน่นของแต่ละสิ่ง ทุกสิ่งเกิดจากอายเธอร์และจะคืนสภาพสู่อายเธอร์เป็นวัฏจักรหมุนเวียนอย่างไม่รู้จบสิ้นของธรรมชาติ

Comments Off on การค้นหาความเป็นจริง ตามแนวทางของกลุ่มสสารนิยม

การค้นความเป็นจริงตามแนวคิดกลุ่มจิตนิยม

อภิปรัชญาของเพลโทว์ (Plato ก.ค.ศ.427 – 347) ถือว่าความเป็นจริงที่แท้นั้นเป็นสิ่งสากล (Universal) มีอยู่จริง ๆ โดยวัตถุวิสัย แต่ตามองไม่เห็น จึงต้องใช้ปัญญาเข้าใจส่วนรวม และเนื่องจากผัสสะแปรปรวนไปตามอารมณ์ เพลโทว์จึงแนะให้แยก ความรู้กับประสบการณ์ออกจากกัน ปรากฏการณ์ได้มาทางผัสสะ ส่วนความรู้ได้มาทางปัญญา ความเป็นจริง (Reality) มีมาก่อนปัญญาและไม่ขึ้นกับปัญญา ขณะที่ปัญญาต้องขึ้นกับความเป็นจริงนี้ เพราะถ้าปัญญารู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง ความรู้ของปัญญาก็เท็จ เมื่อไรปัญญารู้ตรงกับความเป็นจริง จึงกล่าวได้ว่าปัญญารู้ความจริง ไม่มีใครมีสิทธิเปลี่ยนความเป็นจริงได้ อยากรู้ความจริงก็ต้องหมั่นศึกษาค้นคว้าให้เข้าถึงความเป็นจริงเท่านั้น อภิปรัชญาของโพลทายเนิส (Plotinus ค.ศ.205-270) ถือว่าความเป็นจริงดั้งเดิมมีหนึ่งเดียวเรียกว่า องค์เอกะ (The one) องค์เอกะนี้มีแต่ความดี สมบูรณ์อย่างเหลือล้นแต่ด้านเดียว ไม่มีความเลวหรือความบกพร่องเจือปนอยู่เป็นการจำกัดขอบเขตเลย ความสมบูรณ์นี้จึงท่วมท้นล้นออกมานอกขอบเขตดั้งเดิม ส่วนที่ล้นออกมานี้ยิ่งออกห่างจากศูนย์กลางหรือขอบเขตความสมบูรณ์ดั้งเดิมมากเท่าไร ความสมบูรณ์ก็ยิ่งเจือจางมากขึ้นทุกที แต่แรกเริ่มมีเพียง องค์เอกะ แต่ผู้เดียว ความเป็นจริงแต่สิ่งเดียว มีความเป็นอยู่เองแต่นิรันดร พระปัญญาหรือพระวจนะมีความสมบูรณ์เหลือล้นจึงต้องล้นออกด้วยความจำเป็นต่อมาเกิดพระวิญญาณใหญ่ ซึ่งเป็นจิตหรือดวงวิญญาณของโลก เนื่องจากวิญญาณของโลกออกห่างจากความสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ซึ่งเป็นความบกพร่องประการหนึ่ง บันดาลให้สะเก็ดวิญญาณโลกบางส่วนถลำเข้าคลุกเคล้ากับสสาร กลายเป็นคนขึ้นมาแต่ละคน คนเราแต่ละคนจึงมีส่วนของจิตสูงส่งซึ่งเนื่องจากพระเจ้า ส่วนร่างกายมาจากสสารซึ่งเป็นของเฉื่อยหนักไร้อุดมคติ ชีวิตจึงเป็นการต่อสู้ดิ้นรนระหว่างธาตุพระเจ้ากับธาตุวัตถุ  

Comments Off on การค้นความเป็นจริงตามแนวคิดกลุ่มจิตนิยม